dot
เครื่องดนตรี เครื่องเสียง บันทึกเสียง
dot
dot
dot
#1 Music Inst. เครื่องดนตรีสากล
กลองชุด Drum Set
กลองไฟฟ้า Electronic Drum
Percussion Acoustic
กีตาร์ไฟฟ้า Electric guitar
กีตาร์โปร่ง Acoustic guitar
เบสไฟฟ้า Electric Bass
คีย์บอร์ด Syn-Keyboard-Piano
แอมป์เครื่องดนตรี Inst. Amp
อุปกรณ์ดนตรี อื่นๆ Others
เครื่องดุริยางค์ Marching
.............................................................
#2 Pro Audio เครื่องเสียง
.............................................................
#3 Recording อุปกรณ์บันทึกเสียง
.............................................................
#4 เครื่องเสียงบ้าน HomeEntertain
.............................................................
#5 เครื่องเล่น DJ
.............................................................
#6 วัสดุซับเสียง กันเสียง
.............................................................
#7 โต๊ะ เวที เอนกประสงค์
.............................................................
#8 สินค้ามือสอง Used Gear
.............................................................
#9 CD เพลง/เสื้อยืด
.............................................................
#10 อุปกรณ์บ่อกรองเลี้ยงปลา
โต๊ะ ชั้นวาง เวทีสำเร็จรูป
วัสดุซับเสียง Sound absorber ฉนวนหินภูเขาไฟ ฟองน้ำ โฟม
ตู้ลำโพงพลาสติค Plastic Box Speakers
Studio Microphones
Studio Monitor Speakers
Audio-Interface-อุปกรณ์บันทึกเสียง
Camera-Video Microphones
dot


  [Help]
dot
dot
dot


Maximum Sound เชียงใหม่


ไขข้อข้องใจหนังกลอง

 

หนังกลอง
เสียงกลองเริ่มที่นี่ครับ  แต่ไม่ใช่ว่าตัวถังกลอง(Shell) จะไม่สำคัญ (แต่เป็นรอง) หนังจะสั่นจากการตี การกำเนิดเสียงจะเริ่มที่นี่ เมื่อมี Shell ดีๆ รองรับก็จะเกิดโทนเสียงขึ้น เสียงใหญ่เล็กตามขนาดของหนังกลอง(เส้นผ่าศูนย์กลางวัดกันเป็นนิ้ว)  ชนิดของไม้ที่ใช้ทำตัวถังกลอง ความหนาของ Shell (ไม้อัดกี่ชั้น) และความลึกของตัวถังล้วนมีผลกับโทนเสียงกลองทั้งนั้น และที่สำคัญการตั้งเสียงครับ
ยี่ห้อหนังกลอง/คุณภาพ
หนังกลอง
เท่าที่เห็นมีอยู่ 3-4 ยี่ห้อ(หรืออาจจะมากกว่านั้น) แต่ที่ได้รับความนิยมสุดจะเป็นยี่ห้อ Remo และ Evans ทั้ง 2 ยี่ห้อนี้ผลิตใน
USA. และผลิตในฝั่งเอเซียด้วย อาจจะเป็นจีน-ไต้หวัน จึงเกิดหนังกลอง 2 เกรดขึ้น แน่นอนว่าหากเป็นของ USA ราคาก็จะแพง แต่คุณภาพก็ดีสำหรับมืออาชีพ ส่วนที่ผลิตที่จีนก็จะเป็นของเกรดรองลงมาสำหรับการลดต้นทุนหรือสำหรับผู้เริ่มต้น ซึ่งมีการผลิตให้กับบริษัทกลองยี่ห้อต่างๆ ด้วย อาจจะพิมพิ์ยี่ห้อกลองนั้นเลยหรือไม่พิมพิ์ แต่เป้าหมายหลักคือ เป็นหนังกลองที่ติดไปกับกลองชุด (เช่น Remo จะเป็นรุ่น UT, UX, UK, UC...)
Made in USA.
หนังกลองของทั้ง 2 ยี่ห้อ ที่ทำใน
USA ก็จะเรียกกันติดปากว่า Remo US. ส่วน Evans ไม่ค่อยเรียกกันเท่าไหร่เพราะไม่มีรุ่นที่ผลิตจีน-ไต้หวันออกมาชัดเจนเหมือน Remo ที่ผลิตรุ่น Encore ออกมา จึงเรียก Remo ไต้หวันกันติดปาก และราคาถูกกว่า US กว่าครึ่ง จึงเป็นที่นิยมของกลุ่มที่มีงบไม่มาก ราคาประหยัด   Evans ก็ผลิตเกรดรองลงมาชื่อ Uno แต่ไม่ค่อยได้รับความนิยมทั้งๆที่ดูดีกว่า เพราะ Pack มาอย่างดี ! แต่เอาเป็นว่าที่คุณภาพมาตรฐาน ดีที่สุดก็จะเป็น USA นี่แหละครับ สำหรับงานมืออาชีพที่ต้องการคุณภาพสูงสุด เช่น บันทึกเสียง คอนเสิร์ทศิลปินดัง...                                                                                                                                                                  
Made in China-Taiwan
หนังกลองของทั้ง 2 ยี่ห้อมีทำในจีนและไต้หวัน ของ Evans จะใช้ชื่อว่า Uno รุ่นที่ทำจะใช้ชื่อเดียวกับ US เช่น G1,  G2...
ส่วน Encore ของ Remo ไม่ค่อยมีมากรุ่นเท่าไหร่ มี 1 ชั้น 2 ชั้น เท่านั้น ส่วน Snare ก็จะเป็นหนัง coated หรือ หนังสากไป
สำหรับงานในกลุ่มประหยัด หรือผู้เริ่มต้น เกรดนี้ก็ ok แล้วครับ

ไขข้อข้องใจหนังกลอง Remo ปริศนาที่ติดกลองยี่ห้อดังต่างๆจากโรงงาน
หนังกลอง Remo ที่ทำให้ยี่ห้อกลองเอาไปติดกลองจากโรงงาน เช่น Mapex, Sonor..และอีกหลายยี่ห้อ โดยใช้ชื่อรุ่นว่า  UT,
UX, UK, UC เท่าที่มีข้อมูล (เพราะเขาไม่เปิดเผย แต่มีคนวงในออกมาพูด)
Remo UT - จะเป็นเกรดสูงรองมาจาก USA ที่มีจำหน่ายทั่วโลก ทำในไต้หวัน อาจมีติดมากับกลองเกรดบนๆ
Remo
UK - UX - จะเป็นเกรดกลางรองมาจาก UT ผลิตในจีน
Remo UC - จะเป็นเกรดล่างสำหรับกลองถูกชุดสำหรับผู้เริ่มต้น ผลิตในจีน
ส่วนของ Evans ก็ผลิตให้บริษัทกลองเช่นกัน เช่น Tama....แต่ไม่วุ่นวายหลายเกรดเหมือนของ Remo

หนังกลองทำมาจาก  DuPont film ซึ่งจะมีความหนาราวๆ 7-10 Milmylar (หน่วยวัดที่บางมาก) มีทั้งชั้นเดียวและ 2 ชั้น รวมทั้งมี Dot ตรงจุดตี หรือ mute ring รอบๆตรงขอบเพื่อมิวส์ (หยุด) เสียง overtone ทั้งหลาย หรือเสียงหึ่งๆที่เกิดจากการตั้งเสียงไม่ได้ที่   และรวมถึงการ Coat หรือเคลือบผิวหน้าด้วยสารให้เกิดความสาก ซึ่งให้เสียงคมตามมา แต่หลักๆน่าจะเพื่อการเล่นด้วยแส้หรือ Brush

หนังกลองบน ล่าง
หนังกลองมีด้านตี (Batter Head) กับด้านล่างหรือด้านที่ไม่ได้ตี (Resonant Head) จะใช้รุ่นไหนยังไง บางทีก็อยู่ที่ความต้องการของเรา หากไปมองพวกมือกลองระดับโลก(พวกนี้เขาลองมาหมดแล้วและเลือกสำหรับตัวเอง) ก็จะมีการใช้หนังแตกต่างกันไป แต่สรุปแล้วคือดังนี้
Bass Drum
Batter Head หนังด้านที่กระเดื่องตี จิกอยู่ที่เดิมตลอด ก็จะใช้ทั้งหนังใส 1 ชั้นและ 2 ชั้น รวมทั้งแบบที่มี ring mute อยู่รอบๆขอบ ทางเราแนะนำให้ติด เป้ากระเดื่องครับ(Kick pad) เพื่อยืดอายุการใช้งาน เพราะหนังด้านตีจะพังจากจุดนี้ โดนตีอยู่จุดเดียว หากต้องการยืดอายุก็หมุนเปลี่ยนตำแหน่งมันบ้าง สำหรับร้านที่มีการแสดงดนตรีทุกวัน 
Resonant Head หนังด้านหน้าเรามักเรียกว่าหนังหน้าโชว์เนื่องจากสามารถโชว์ logo ยี่ห้อหรือจะเป็นรูปกราฟิคก็ได้ จริงๆมันคือหนังด้าน Resonance แต่เสียงกระเดื่องหนังด้านนี้จะไม่ค่อยมีผลอะไรเท่าไหร่ เพราะต้องการเสียงตึบๆ ไม่ได้ให้ยาว บ้างก็ต้องเจาะช่องระบายลมออก หรือติด Kickport เข้าไปเพื่อเพิ่มเสียงเบสย่านต่ำราวๆ 50 Hz หรือเจาะรูเอาไว้ใส่ไมค์จ่อ บ้างก็เจาะหลายๆรู เท่ห์ เจาะรูก็ต้องติดขอบพลาสติคด้วยเพื่อกันฉีกเวลามีขาไมค์จ่อย้ายไปมาอาจจะไปขูดเอา....แล้วแต่นะครับ
ด้านในตัวถังกลอง มักจะติดฟองน้ำสักครึ่งหนึ่งของด้านล่างเพื่อลดความกังวานด้านใน ส่วนหมอนสำหรับ Mute เสียงนั้นแล้วแต่ครับ หากใช้หนังที่ไม่มี ring mute ก็มักจะเอาหมอน ผ้าห่มยัดใส่เข้าไปเพื่อ damp มิวส์เสียงลดการสั่นด้านตีทำให้ feel ที่หัวตีกระเดื่องดีขึ้น ไม่เด้งมาก....หากใช้หนังที่มี ring mute ก็อาจจะไม่จำเป็น แต่มันคนละอย่าง 555 บางทีจึงต้องใส่หมอนเล็กๆอยู่...เพื่อ feel ปลายเท้า นา นา จิตตังแล้วแต่ใครชอบแบบไหนนะ มันเป็นเรื่องเสียง..และ feel
 
Snare Head จะมีด้านตีคือด้านบน หนังที่ใช้ส่วนใหญ่จะเป็นหนัง coated เพื่อความคม แต่บางกรณีที่ต้องการเสียงอ้วน หนาขึ้นก็ใช้หนังไม่ coat ได้ ไม่ผิดแต่อย่างใด รวมทั้งหลายๆคนชอบใช้ Ring Mute ที่เป็นวงๆวางบนหนังกลอง เพื่อลดเสียง overtone วิ้งๆ หรือจะเทปกาวปะ เป้าหมายล้วนให้ได้เสียงตามที่ต้องการ
ส่วนหนังล่างจะเป็นหนังเฉพาะ ซึ่งเรียกว่า Hazy Snare Head จะมีความบางพิเศษเพื่อสร้างเสียงแส้แสนร์กระทบกับหนัง ส่วนมากนิยมที่ความหนา 3 mil หรือเบอร์ 300 เป็นมาตรฐาน
Remo จะเรียกหนัง 3 mil นี้ว่า Ambassador Hazy Head  
หากหนา 5 mil ก็จะเรียก Emporor Hazy snare head 
หากหนา 2 mil ก็จะเรียก Diplomat  Hazy snare head 

Tom Head จะมีด้านตี ซึ่งนิยมทั้ง 1 และ 2 ชั้น ส่วนด้านล่างมักจะนิยมหนังชั้นเดียว หากใครจะใช้แบบ coated ก็ไม่ผิด

หนังมุ้ง หรือหนังตาข่าย Mesh Head /Silent Stroke เป็นหนังอีกประเภทหนึ่งที่ทำออกมาเพื่อลดเสียงสำหรับเอาไว้ซ้อมมือ แต่ยังได้ feel ใกล้เคียงหนังปกติ และทำเป็นหนังกลองไฟฟ้าติด Trigger 

หนังกลองส่วนใหญ่จะเป็นหนังใส ขาวขุ่น และ coated หน้าขาว-ดำ

จะใช้ยี่ห้อ รุ่น อะไรดี
ทางเราแนะนำทั้ง 2 ยี่ห้อครับ คุณภาพพอๆกัน เนื่องจากมีหลากหลายรุ่น จึงอาจจะสับสนงงพอสมควร แนะนำพื้นๆดังนี้ครับ 
1-หนังชั้นเดียว ทั้ง 2 ยี่ห้อ ก็จะมีรุ่นมาตรฐานอยู่คือ หนา 10 mil 
>Remo ก็จะเป็นรุ่น Ambassador ส่วน Evans ก็จะเป็น G1 มีทั้ง Coated และใสธรรมดา
2-หนังสองชั้น หรือบางทีก็เรียกหนังน้ำมัน จริงๆมันคือหนังหนา 7 mil 2 ผืนซ้อนกันอยู่ เนื่องจากมันอัดซ้อนกันอยู่ จึงทำให้เสียงสั้นลงหึ่งน้อยลง ย่านกลางลดลง เหมาะสำหรับ Tom และ Bass Drum
>Remo ก็จะเป็นรุ่น Pinstripe ส่วน Evans ก็จะเป็น G2 มีทั้ง Coated และใสธรรมดา

ฺBasic จริงๆก็มีเพียง 2 รุ่นนี้ หนังชั้นเดียวอาจจะมีความหนาหลากหลายออกไปอีก รวมทั้งหนัง 2 ชั้น ด้วยอาจจะมี 7+10 mil
ส่วนรุ่นอื่นๆก็แตกปลีกย่อยมาจาก 2 รุ่นนี่แหละ เช่น
Remo Power Stroke 3 ก็คือ 1 มี Mute Ring รอบๆ
Remo Power Stroke 4 ก็คือ 2 มี Mute Ring รอบๆ

นอกนั้นก็อาจจะเพิ่มแผ่นวงกลมตรงกลางจุดตี เพื่อเพิ่มความทนทาน หรือเปลี่ยนเสียง หรือเพิ่มความหนาขึ้นเป็น 12 mil  หรือ บางรุ่นก็เจาะรูเล็กๆ รอบๆตรงขอบเพื่อลด overtone ให้เสียง Dry !! 

รายละเอียดปลีกย่อยในแต่ละรุ่นอยากให้ท่านเข้าไปที่เวบไซท์ของยี่ห้อนั้นเลย เขาจะบอกโทน เสียงสั้นยาว ให้เราทราบเลยครับ
             

ที่ร้านมีหนังกลองหลากหลายรุ่นจำหน่าย สนใจสอบถามได้ครับ




คุยกันมันส์ๆเรื่องเครื่องดนตรี

กลองชุด คุยกันมันส์ๆที่นี่ article
คุยกันเรื่อง กีตาร์ไฟฟ้า