dot
เครื่องดนตรี เครื่องเสียง บันทึกเสียง
dot
dot
dot
#1 Music Inst. เครื่องดนตรีสากล
กลองชุด Drum Set
กลองไฟฟ้า Electronic Drum
Percussion Acoustic
กีตาร์ไฟฟ้า Electric guitar
กีตาร์โปร่ง Acoustic guitar
เบสไฟฟ้า Electric Bass
คีย์บอร์ด Syn-Keyboard-Piano
แอมป์เครื่องดนตรี Inst. Amp
อุปกรณ์ดนตรี อื่นๆ Others
เครื่องดุริยางค์ Marching
.............................................................
#2 Pro Audio เครื่องเสียง
.............................................................
#3 Recording อุปกรณ์บันทึกเสียง
.............................................................
#4 เครื่องเสียงบ้าน HomeEntertain
.............................................................
#5 เครื่องเล่น DJ
.............................................................
#6 วัสดุซับเสียง กันเสียง
.............................................................
#7 โต๊ะ เวที เอนกประสงค์
.............................................................
#8 สินค้ามือสอง Used Gear
.............................................................
#9 CD เพลง/เสื้อยืด
.............................................................
#10 อุปกรณ์บ่อกรองเลี้ยงปลา
โต๊ะ ชั้นวาง เวทีสำเร็จรูป
วัสดุซับเสียง Sound absorber ฉนวนหินภูเขาไฟ ฟองน้ำ โฟม
ตู้ลำโพงพลาสติค Plastic Box Speakers
Studio Microphones
Studio Monitor Speakers
Audio-Interface-อุปกรณ์บันทึกเสียง
Camera-Video Microphones
dot


  [Help]
dot
dot
dot


Maximum Sound เชียงใหม่


คุยกันเรื่อง กีตาร์ไฟฟ้า

กีตาร์ไฟฟ้า มีหลากหลายยี่ห้อ คุณภาพแตกต่างกันไป ตรงไหนเหมาะสมกับเรา ?
คุยกันแบบมันส์ๆ

กีตาร์ไฟฟ้า เราต้องยอมรับรับว่า มันมีมากว่า 50 ปี แล้ว ! จนถึงปัจจุบันก็ไม่มีอะไรใหม่เท่าไหร่..มีกีตาร์ยี่ห้อใหม่ ที่ราคาถูกลง คุณภาพคุ้มค่ากับราคามาให้เลือกซื้อใช้กัน....มาคุยกันหน่อยเรื่องกีตาร์ไฟฟ้าและเบส ดังนี้ครับ
Basic Basic
กีตาร์ไฟฟ้า มีส่วนประกอบหลัก คือไม้เป็นลำตัวและคอ ที่ตัวจะมีที่ยึดสายคือหย่องหรือ Bridge และมี Pick up รับเสียง ต่อสายไปยังสวิทซ์เลือก pick up หน้าหลัง แล้วก็ต่อไปยัง Volume ปรับดังเบา และTone ปรับลดแหลม แล้วต่อออกไปยังแจ็คตัวเมีย เพื่อต่อไปยังแอมป์ขยายให้ดัง ส่วนคอก็จะมีเฟรต ตอกเป็นขั้นๆ มีตั้งแต่ 21-24 เฟรต ส่วนหัวก็จะเป็นที่ยึดขันขึงสายโดยมีลูกบิดเป็นตัวปรับหมุนขึ้นสาย...ประมาณนี้ อาจจะแตกต่างกันไปบ้าง
ความแตกต่างของกีตาร์ผิวเผินภายนอก คือ ทรง สี อุปกรณ์ที่เห็นอย่าง ลูกบิด หย่อง.... แต่ความแตกต่างภายในคือ ประเภทไม้ที่ทำ เกรดวัสดุ ซึ่งจะมี ผลต่อโทนเสียงโดยตรง ส่วน hardware ทั้งหลายก็จะเป็นเรื่องคุณภาพ อย่าง pickup หย่อง ลูกบิด ตัวโวลุ่ม และฝีมือการผลิต กีตาร์ที่ผลิตมาดี ใช้อุปกรณ์ดี เวลาเล่นจะเกิดความรู้สึกเล่นง่าย น่าเล่น ทัชชิ่งดี ไม่เจ็บมือ เสียงดี และหากเป็นตัว Top Top ละก็ดีเยี่ยม และก็แพงบรรลัย ครับ เกินแสน กับอีแค่ไม้กับ hardware ไม่กีตัว แต่มันก็เป็นไปแล้วครับ มันกลายเป็นสินค้าประเภทสร้างความสุขให้คน มันเลยแพงได้เกินจริง !


ทรง-ยี่ห้อ
ผมเชื่อว่า คนซื้อกีตาร์ น่าจะดูทรงเป็นอันดับแรก ทรงของกีตาร์มีต้นแบบอยู่ไม่กี่แบบ ซึ่งมันคือยี่ห้อดั้งเดิม อย่างทรง Lespaul ก็เป็นของยี่ห้อ Gibson หรือทรง Startocaster ก็เป็นของยี่ห้อ Fender มีทรงที่ดัดแปลงจาก 2 ยี่ห้อ ดังกล่าว รวมถึงทรงใหม่ๆ อย่าง Ibanez, Schecter, PRS แต่ก็ยังหนีไม่พ้น ทรงเดิมๆเพียงแต่ปรับเปลี่ยน ให้ทันสมัยขึ้น แต่มันก็ทำให้ " Gibson" และ "Fender" กลายเป็นทรงเก่าโบราณไป ทรงใหม่ๆจะเฟี้ยวฟ้าวกว่า ดูร่วมสมัยกว่า เหมือนรถนั่นแหละครับ นานาจิตตัง คุณเลือกเอง ! เพราะแต่ละคนชอบไม่เหมือนกัน ที่สำคัญแต่ละทรง เสียงไม่เหมือนกันด้วย ส่วนทรงแปลกๆ พิเรนๆ ก็มี..แต่ก็ไม่ได้รับความนิยมเท่าไหร่

เสียง

เสียงกีตาร์มาจาก Pickup กีตาร์โดยตรง ซึ่งมี 2 แบบ คือ Single coil และ Hum bucker
>Single Coil (แบบเดี่ยวแถวเดียว) จะให้เสียงใส คม แหลม เล็กบาง เวลาเล่นเสียงแตก จะแตกน้อย มีเสียงฮัมกวนใจอยู่บ้าง สัญญาณ out put จะเบา
>Hum Bucker (แบบคู่ 2 แถว) ก็จะให้เสียงอ้วน หนา มีมวลกว่า เวลาเล่นเสียงแตก ก็จะแตกมากกว่า มีเสียงฮัมน้อยกว่า out put ดังกว่า
Pickup แต่ละยี่ห้อก็ให้เสียงไม่เหมือนกันอีก
ตำแหน่งการติด Pickup ก็มีผลต่อเสียง ติดใกล้ Bridge ก็จะแหลม ติดใกล้คอก็จะทุ้มกว่า
อีกส่วนคือ ไม้ที่ใช้ทำลำตัว คอ Figerboard ล้วนมีผลต่อเสียงทั้งสิ้น
> Gibson-Epiphone-ESP....ส่วนใหญ่จะใช้ไม้ Mahogany เป็นส่วนใหญ่
> Fender-Squier จะใช้ไม้ Ash เป็นส่วนใหญ่
>Ibanez จะใช้ไม้ Bass Wood
เป็นส่วนใหญ่
> ส่วนกีตาร์ถูกๆก็จะใช้ไม้ราคาถูกปะปนกันไป เช่น hardwood, agatis......

Hardware

ชิ้นส่วนที่เป็นเหล็กก็จะเรียก hardware กัน เช่น หย่องล่าง มีทั้งแบบ Fix และแบบคันโยก คันโยกดีๆก็อย่าง Floydrose ลูกบิด ดีๆก็อย่าง Glover, shaller ,Pickup ยี่ห้อดีๆอย่าง Dimarzio, Seymour duncan.....เฉพาะลูกบิด Glover ก็ 2,500 ขึ้น พวก hardware พวกนี้หากเป็นกีตาร์ราคาแพงก็จะใช้ของดีๆพวกนี้อยู่แล้ว แต่หากเป็นกีตาร์ถูกก็จะลดเกรดลงเป็นธรรมดา ก็จะใช้ของ copy หรือเลียนแบบทรงกันไป คุณภาพก็ตามราคา
การเลือกซื้อ
คนที่รู้ ศึกษารายละเอียดยี่ห้อ รุ่น มาแล้ว เมื่อเข้ามาร้านก็จะถามราคาเลย หรือ search Google ดูก็จะทราบราคาขายโดยเฉลี่ย คนที่ไม่รู้จะเลือก กีตาร์แบบไหน เมื่อมาที่ร้านผมก็จะบอกให้เลือกทรงก่อน แล้วก็ตามด้วยระดับราคาและยี่ห้อตามมา เพราะทรงแบบๆหนึ่งอาจจะมีหลายยี่ห้อ หลายราคา ซึ่งเลียนแบบกันมา และแต่ละทรงก็มีความแตกต่างเรื่อง Pickup, Bridge, Volume ซึ่งให้เสียงต่างกันด้วย....ดังนั้น แนะนำให้หาข้อมูลทาง internet เยอะๆ ครับ เดี๋ยวนี้ข้อมูลน่าจะเพียงพอสำหรับการตัดสินใจ เหลือเพียงการไปจับตัวจริงที่ร้าน ฟังเสียงดู (แต่เสียงก็จะขึ้นกับแอมป์ที่ใช้ด้วยนะครับ)
การไปซื้อกีตาร์ที่ร้าน
หากเป็นโชว์รูมผู้นำเข้าที่ใจกว้างหน่อย ก็จะให้ลองได้เลยเกือบทุกรุ่น แต่รับรองครับ บ้านเราจะดูหน้าเราก่อน ว่าจะมีกำลังซื้อมั้ย ไม่ใช่เราไปเดินเล่นแล้วจะแวะขอลองกีตาร์ตัวละ 5-6 หมื่น เขาไม่ให้ลองหรอก เพราะมันจะเป็นรอย แต่หากเป็นตัวถูก 3-4 พัน ก็คงจะขอลองได้ไม่ยาก
>Special ร้านค้าต่างจังหวัด !
ส่วนมากก็จะ stock ซื้อขาดจาก กทม. มารุ่นละ 1-5 ตัว คละสี สีละตัว ก็ไม่อยากให้ใครเดินไปเดินมาจับเล่นๆ โดยเฉพาะเด็กๆ ก็จะใส่ไว้ในตู้โชว์ ดูได้ แต่จับไม่ได้ หากจะจับก็ต้องขอพนักงาน แต่พนักงานก็จะดูว่าตั้งใจมาซื้อรึเปล่า หรือแค่กินข้าวแล้วมาเดินเล่น หากเป็นแบบนั้นก็อาจจะยากนิดหนึ่งครับ เพราะจะให้ลองเฉพาะคนที่จะซื้อจริงๆเท่านั้น ไม่ใช่ว่าใจแคบ แต่อาจจะต้องทำใจนิดหนึ่งนะ เห็น post กันว่า ไม่ให้ลองแล้วจะซื้อได้ไง ก็ถูกอีก ดังนั้นแนะนำให้หาข้อมูลให้มากที่สุดทาง net แล้วไปสรุปกันที่ร้านจะดีกว่าเพราะพุ่งเป้าไปแล้ว ที่เราก็จะยินดีให้คำแนะนำให้ได้กีตาร์ที่เหมาะกับคุณที่สุด เมื่อถึงจุดนั้นเราได้ลองแน่นอนเพราะเรามีกีตาร์ที่เตรียมใว้ให้ลองโดยเฉพาะอยู่แล้ว บางรุ่นที่ไม่มีใน stock ก็สั่งได้ ใช้เวลา 2-3 วัน 


ยี่ห้อคนไทย เพื่อไทย
กีตาร์ไฟฟ้า ที่คนไทยเราไปจ้างโรงงานต่างประเทศทำ ซึ่งส่วนใหญ่คือ จีน ราคามิตรภาพเพื่อคนไทยที่มีงบ น้อยหรือน้องๆที่กำลังเริ่มต้นเล่นกีตาร์ รวมถึงพ่อแม่ที่ไม่มั่นใจ ว่ามันจะเล่นจริงจังมั้ย จ๊ะจิงจัง ! กีตาร์ยี่ห้อไทยเรา ส่วนใหญ่จะ copy ทรงมาจากกีตาร์ดังๆของฝรั่ง ซึ่งขายได้ อย่าง Lespaul, Strat แต่ณภาพก็ด้อยกว่า แต่ก็อยู่ที่รุ่น ราคา อย่างตัวละ 3,200 บาท ก็อย่าไม่คาดคั้นเอาอะไรจากมัน ให้ความยุติธรรมกับต้นทุน กว่าจะทำออกมาได้ ก็ไม่ง่าย กว่าจะเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาบ้านเราอีก บ้านเรายังทำไม่ได้เลยกับราคาระดับนี้ เอาเป็นว่ากีตาร์ยี่ห้อไทยเรา หากเป็นรุ่นราคาสัก 6,000 บาท ถือว่าคุ้มค่าราคามากครับ
Future, Dream, Queen 
ยี่ห้อจาก Dream Music รู้จักกันมานานแล้ว ทำทั้งเบส-กีตาร์-กลอง และอีกหลายอย่าง
Vivid-Century
ยี่ห้อจาก Sinthong Music รู้จักกันมานานแล้ว ทำทั้งเบส-กีตาร์-กลอง และอีกหลายอย่าง
Atlas-Mclorence
ยี่ห้อจาก Rinton Music เพิ่งทำออกมาได้สัก 2-3 ปี ทำทั้งเบส-กีตาร์
Baracuda
ยี่ห้อจาก Jin Heng Lee ทำทั้งเบส-กีตาร์-กลอง แต่ช่วงหลังๆไม่ค่อยมีสินค้า ไม่ออกรุ่นใหม่

ยี่ห้อฝรั่ง บุกไทย
กีตาร์ไฟฟ้า ต้นแบบก็มาจากฝรั่งตะวันตก ดังนั้นยี่ห้อดังก็หนีไม่พ้นจากฝรั่ง ซึ่งฝรั่งเอง เมื่อทำอะไรก็ทำแบบ สุดๆ จนราคาเว่อร์เกินจริง เพราะมันมีค่าในตัวสูง ไม่ว่าฝีมือคนทำ ชื่อ ชั้น ศิลปินดังที่เล่น จนถึงเรื่องการสร้างค่าทาง การค้า มอมเมา คนเล่นจนโงหัวไม่ขึ้น เกิดการยึดติด อย่างไม่อาจจะช่วยเหลือได้ ตัวใครตัวมันละ ครับ 555ปัจจุบันย้านฐานโรงงานไปที่จีนเป็นส่วนใหญ่ ยกเว้นบางยี่ห้ออย่าง Gibson ยังทำในอเมริกา ประเทศที่ค่าแรงแพงลิ่ว นั่นคือ ตัวการหนึ่งที่ทำให้กีตาร์มีราคาแพง 

Gibson, Epiphone
2 ยี่ห้อนี้ ไม่มีใครไม่รู้จัก Gibson ทำใน USA. ราคา 19,000 บาท ขึ้นไป ส่วน Epiphone ทำในจีน เป็นเกรด B ทำมา เพื่อคนอยากเล่น Gibson แต่งบไม่ถึง มีราคาตั้งแต่ 7,500 บาท ขึ้นไปถึง 20,000 บาท แต่เดี๋ยวนี้โรงงานจีนคงรำคาญ ว่าขายราคาแพงเกิน ทำให้เสียดุล copy เลย มีทั้งยี่ห้ออื่น และใส่ยี่ห้อ Gibson เอง มีวิดีโอ ให้ดู-ฟังเสียงเทียบกันเลย ลองไปฟังดู link นี้ หรืออื่นๆ ใน You Tube มีให้ดูเยอะครับ ซึ่งมีกี่คนที่ฟังเสียงออก ! 
Fender, Squier 2 ยี่ห้อนี้ ก็เป็นที่รู้จักมานาน Fender มีทั้งทำใน USA. และ Mexico แต่เดี๋ยวนี้ บางรุ่นทำที่จีน ส่วน Squier ทำในจีน เป็นเกรด B ทำมาเพื่อคนอยากเล่น Fender แต่งบไม่ถึง มีราคาตั้งแต่ 5,000 บาท ขึ้นไป

ESP, LTD. 2 ยี่ห้อนี้ ก็เป็นที่รู้จักมานาน คล้าย Gibson-Fender คือทำเกรด B ทำมาเพื่อคนอยากเล่น ESP แต่งบไม่ถึง
Ibanez 
ยี่ห้อนี้ ก็เป็นที่รู้จักมานาน Ibanez มีทั้งทำในญี่ปุ่น และ อินโดนีเชียและบางรุ่นทำที่จีน
Yamaha เริ่มมีชื่อ เมื่อได้แจ็ค ธรรมรัตน์ มาเป็นพรีเซนเตอร์ให้ แต่ก็ไม่ค่อยโดดเด่นเท่าไหร่ ทำมาสำหรับนักเรียนดนตรีในเครือ Yamaha มากกว่า
Cort อีกยี่ห้อที่ทำกีตาร์มาตรฐาน ที่เป็นที่รู้จักเช่นกัน
Spear อีกยี่ห้อ ที่เริ่มเป็นที่รู้จักกันแล้ว ที่มาพร้อมคุณภาพเต็มๆ กับราคาเพียง 7,500 บาท
Greg Bennett  อีกยี่ห้อ ที่เริ่มเป็นที่รู้จักกันแล้ว ที่มาพร้อมคุณภาพเต็มๆ กับราคาเพียง 7,500 บาท
ยี่ห้ออื่นๆอีกหลายยี่ห้อ มีกีตาร์ยี่ห้ออื่นๆอีกมากมาย ซึ่งไม่สามารถนำมากล่าว ณ ที่นี้ได้ เพราะไม่ค่อยมีชื่อ

 

**ฝากอีกนิด สิ่งที่คน ดูคนเล่นกีตาร์คือ "ฝีมือ" ครับ.......ส่วนกีตาร์ และเสียงก็จะเป็นส่วนประกอบไป แต่ก็ต้องเสียงดีระดับหนึ่ง เสียงจะดีก็ขึ้นกับส่วนอื่นด้วย เช่น เอฟเฟค แอมป์ ที่สำคัญคนเล่นจะต้องรู้ว่า "เสียงกีตาร์ดีมาตรฐานมันเป็นยังไง" ก็จะได้ปรับได้ถูก ทีนี้มาถึงเรื่องกีตาร์ หากงบประมาณของเราสามารถซื้อกีตาร์ตัวละ 15,000-30,000 ได้ก็ถือว่าเราได้กีตาร์ที่มาตรฐานแล้วล่ะครับ กีตาร์ราคาต่ำกว่านี้ก็อาจจะดีในระดับพอเล่นได้สำหรับผู้เริ่มต้น มือกีตาร์ที่เล่นมาระดับหนึ่งแล้วจะคาดคั้นหาเสียงที่ต้องการจากมันก็อาจจะไม่ยุติธรรม ! เพราะด้วยข้อจำกัดเรื่องการลดต้นทุน ไม้อาจจะเกรดต่ำไปนิด ส่วนกีตาร์ที่แพงกว่านี้ เราไม่ขอแนะนำ เพราะกีตาร์แพงมันไม่ได้ทำให้คุณเล่นเก่งหรือเล่นดีและมันไม่ได้ให้เสียงที่ต่างกันมากมายเท่าไหร่นัก ที่มันแพงเพราะการสร้างค่าทางการค้าหรือจ้างศิลปินดังมาเป็น presenter ให้และอาจจะผลิตในประเทศที่ค่าแรงแพงลิ่ว อย่าง USA อีกเรื่องคือไม้ที่ใช้ทำอาจไม้ที่เป็นสุดยอดทางทฤษฏีี ราคามันสูงลิ่วแน่นอนเพราะมีน้อยและอาจผ่านการเก็บมาหลายสิบปี แต่จะมีใครสักกี่คนที่ฟังเสียงไม้ออก ! แต่หากจะมีใครที่จะซื้อคุณค่าอันนี้มาเพื่อประดับไว้ที่ฝาผนังบ้านหรือเอาไว้คุยอวดก็ไม่ว่ากันเพราะเรื่องพวกมันเป็นเรื่องทางใจ มีเงินก็หาซื้อกันได้แต่หากพูดถึงความคุ้มค่าไม่คุ้มเลยกับไม้ 2 ชิ้น+อุปกรณ์อีเลค-ทรอนิคส์ ราคาเป็นแสน ! ผู้ดูผู้ชมจะชื่นชมคนที่เล่นกีตาร์เก่งและเล่นดีมีความเป็นตัวของตัวเองมากกว่าชื่นชมคนมีกีตาร์แพง หากคุณสู้กับการฝึกฝนเล่นได้ระดับหนึ่งแล้วก็ฝึกแสดงและสร้างผลงานของตัวเองออกมาบ้างก็จะเป็นผลดีกับคนเล่นกีตาร์เอง ฝึกการรวมวงและเป็นตัวของตัวเองแล้วคุณจะโดดเด่นมากกว่าคนอื่นก็ตรงนี้แหละ แล   




คุยกันมันส์ๆเรื่องเครื่องดนตรี

กลองชุด คุยกันมันส์ๆที่นี่ article
ไขข้อข้องใจหนังกลอง